หัวข้อ: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: hunsa ที่ สิงหาคม 28, 2010, 11:24:52 AM ยวเชียงใหม่คลายเหงา
โอบภูเขา...กระซิบแม่ปิง เชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยเบื่อ หลายคนและหลายครั้งเมืองแห่งนี้กลายเป็นที่พักใจคลายเหงาปลดทุกข์ ที่แขวนอยู่ในใจของคนขี้เหงาให้ทุเลา อย่าให้ผมต้องสาธยาย ถึงการท่องเที่ยวในแต่ละฤดู เพราะแน่นเอี้ยดเป็นปลากระป๋อง แต่ถ้าให้ผมฟันธง! หน้าหนาวเป็นช่วงที่คนนิยมมาเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะคนมีคู่ ที่ทำเอาคนไร้คู่ต้องหนาวทั้งกายและใจ เอาล่ะครับ-ก่อนที่ผม จะเล่นมุกเน่า ๆ ไปมากกว่านี้ มาร่วมเดินทางไปบนเส้นทางเหงา ๆ ของเชียงใหม่ ในทริป “นกแอร์” ด้วยมุมมองหน้าร้อนเพื่อหลีกหนีความเหงา ๆ ผมขอให้คุณกระชับหัวใจทั้งสี่ห้องให้มั่น ๆ ปัดกวาดพื้นที่เล็ก ๆ เอาไว้ให้เราร่วมพูดคุยคลายเหงากันดีกว่ามานั่งจับจด.....(555+ หัวเราะปลอบใจสักหนึ่งที) ความเหงามันเหมือนชนักติดหลัง ต่อให้เดินทางแสนไกล แต่มันยังตามติดเรา ขึ้นอยู่กับเราจะหันไปมองมันตอนไหน บางครั้งหันไปมองเล่นซะผมสาหัส! ไม่รู้คุณโดนเหมือนผมเปล่า? ว่าแล้วมันก็เป็นความคิดวน ๆ ของผมตอนนั่งบนเครื่องบิน หลังลงจากเครื่อง เราเดินทางนับชั่วโมงเพื่อเอาชีวิตไปทิ้งความเหงา รถตู้คลาน ไปบนทางชัน หลายโค้งลุ้น จนตัวโก่งกับทางที่ชันและหักศอก กะว่าจะหลับแต่....ใครจะหลับลง!!! แล้วรถตู้ก็ถึงที่หมายบนความสูงของยอดดอย จิบกาแฟใน หมู่บ้านแม่กำปอง ทำใจสักพักก่อนไปผจญกับ “ไฟลต์ ออฟ เดอะ กิบบอน” บนสายสลิงที่ยึดร่างเราไว้เหนือยอดไม้กลางป่า ถ้าคนกลัวความสูงอาจฉี่ราด แต่ผมแค่เริ่มปริ่ม ๆ เมื่อก้าวไปยืนด่านแรก รอคำสั่งเพื่อกระโดดเหนือแรงโน้มถ่วง ผมหายใจลึก ๆ หลับตาปี๋.... อย่าให้ผมต้องกรี๊ดจนแต๋วแตก....ด่านแรกผมผ่านมาแบบงงเพราะไม่ลืมตา แต่สนุกดี บางทีคนเราก็ควรก้าวล้ำมาเดินเล่นบนเส้นทางความหวาดกลัวเพื่อเรียนรู้ลม หายใจของชีวิต ด่านแรกอาจเสียว ๆ พอด่านต่อไปเริ่มชิน อย่าเรียกชินดีกว่า เรียกตายด้านคงเหมาะกับผม “ไฟลต์ ออฟ เดอะ กิบบอน” เป็นการเดินทางของ รอกที่ยึดโยงไว้ด้วยสลิงในระยะทาง 2 กิโลเมตร ท่ามกลางป่าเมืองเหนืออันชื่นปอด ต้องผ่านด่านกว่า 15 ด่าน พอ ท้าย ๆ เริ่มโหนเชือกลงมา ในแนวดิ่ง กว่าจะจบเล่นเอาความเหงาผมกระเจิงไปตามสายสลิงที่โยกเยก วันนี้จบลงที่ร้าน นาซิ จำปู๋ มีอาหารตำรับเมืองเหนือหลายอย่างให้เราได้ลองชิม ที่ผมชอบสุดคงจะเป็น ผัดพริกเห็ดเผาะ ผมว่ามันอร่อยเหาะดี ด้วยความที่เห็ดมีความนุ่มในตัว ข้างในเป็นโพลงกัดเข้าไปทีได้รสหวานเคล้าพริกแกง โปรดอย่าให้ผมเล่าต่อ คุณลองไปเที่ยวแล้วหาสั่งมาลิ้มรสดู แล้วลองมาเล่าความรู้สึกให้ผมฟังบ้างแล้วกัน ดอกไม้กับผมดูห่างไกลกันเหลือหลาย ลองมานั่งนับอดีตดูมีไม่กี่ครั้งที่ผมจะชื่นชมดอกไม้หลากสี และไม่บ่อยนักจะส่งดอกไม้ให้ใครสักหน อาจจะบอกได้ว่า ใช้ดอกไม้เป็นเครื่องมือในการจีบสาว เสียมากกว่ามานั่งพินิจดูกลีบ ดอกสีสด สำหรับคุณสาว ๆ คงถูกอกถูกใจเมื่อรู้ว่า ที่หมายต่อไปคือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อันตั้งเด่นสง่าริมถนนสายแม่ริม-สะเมิง ก่อนถึงที่หมายขอตีตั๋วนอนก่อนแล้วกัน พอเริ่มเดินทางบ่อยเราก็เริ่มซึมซับจนเป็นสัญชาตญาณ เพราะแม้จะหลับบนรถสนิท แค่ไหนพอใกล้ถึงเป้าหมายเราจะตื่นโดยไม่ต้องให้ใครมาเขย่าร่าง ครั้นไปถึงสวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จวนเที่ยง แดดจ้าเสียจนเพื่อนบางคนบ่นอุบ เออ...เป็นเรื่องที่ น่าคิดเหมือนกัน ทำไมดอกไม้ผิวมันบอบบางแต่ชอบแดด ในทางตรงกันข้ามมนุษย์ พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดด้วยการอ้างความคิดเห็นของหมอ นั่นแหละ-ผมว่าทุกอย่างมันมีสมดุลของตัวมันเอง อยู่ที่เราจะยืนอยู่บนตาชั่งอย่างไรให้ พอดี จูงมือความเหงาไปชม ดอกไม้กันดีกว่า บนพื้นที่ กว่า 3,500 ไร่ แบ่งโรงเพาะพันธุ์ดอกไม้ทั้งในป่า และพันธุ์พื้นเมืองต่าง ๆ ไปจนถึงไม้เมืองร้อนระอุด้วยทะเลทราย ตอนผมไปกุหลาบหลายต้นกำลังเบ่งบาน ความงามของมันเรียกแมลงและเรียกผมให้ไปถ่ายรูป ลองมองไปรอบ ๆ หลายคนสนใจแต่ดอกกุหลาบช่อที่กำลังเบ่งบานในแสงแดด แต่กลับละเลยต้นที่เริ่มเหี่ยวเฉา ทั้งที่พันธุ์เดียวกันให้ดอกสี เดียวกัน ทำไมนั้นเหรอ? เพราะสวยกว่า สดกว่า ใหม่กว่า ดีกว่า เราจึงไม่นึกว่า อีกไม่นานต้นที่ดอกเฉาจะผลิดอกออกมาเบ่งบานอีกครั้ง ครับ-ชีวิตคนย่อมมีเวลาที่ผลิบานและเหี่ยวเฉาไม่ต่างจากต้นกุหลาบ วกกลับมาเข้าตัวเมืองอีกหนกับ การล่องเรือหางแมงป่องไปกระ ซิบลำน้ำปิงดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน สมัยก่อนผ่านคำบรรยาย เราขึ้นเรือที่ ท่าวัดศรีโขง โดยสันนิษฐานว่า เรือหางแมงป่องมีใช้ในสมัยพระนางจามเทวี แห่งกรุงหริภุญชัย ที่ผู้ต่อเรือบังเอิญเจอกาบมะพร้าวลอยอยู่เหนือน้ำในฤดูน้ำหลาก และบนกาบมะพร้าวมีพวก มด หนอน แมลง และแมงป่อง อาศัยอยู่บนกาบมะพร้าว แล้วแมงป่องชี้หางไปบนฟ้า ดูแล้วเหมือนโครงสร้างของเรือ ยุคแรก ๆ เรือหางแมงป่องใช้เป็นเรือที่เจ้านายฝ่ายเหนือใช้ ยุครุ่งเรืองของเรือหางแมงป่องอยู่ในรัชสมัยของ เจ้าอินทรวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ลำดับที่ 7 ซึ่งเป็นพระบิดาของเจ้าดารารัศมีใน สมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงทูลขอเจ้าดารารัศมีไปเป็นชายา พระองค์ทรงสร้างเรือหางแมงป่องขึ้นเพื่อให้เจ้าดารารัศมีเสด็จไปยังพระนคร แต่ยุคหลังเรือหางแมงป่องใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่าง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 เดือน ถึง 9 เดือน การสร้างเรือหางแมงป่องยุคหลังต้องหยุดชะงักลง เพราะไม้สักขนาดใหญ่หาได้ยาก เนื่องจากมีการตัดไม้ ค้าไม้ พอนำไปขายยังกรุงเทพฯ และตั้งแต่มีการสร้างทางรถไฟเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ และการทำเขื่อน ภูมิพล ที่จังหวัดตาก จึงทำให้ เรือหางแมงป่องหายจากน่านน้ำแม่ปิง ผมทอดสายตาไปตาม ลำน้ำปิง ฟังเสียงกระซิบของธรรมชาติ แม่น้ำมักสร้างชุมชนชีวิตและความรุ่งเรืองริมสองฟากฝั่ง วัตถุมักสร้างให้คนบริโภคความสบายที่รุงรังด้วยภาระการเงินที่แพงลิบ ธรรมชาติสร้างตัวเองมานานนับ แต่มนุษย์ก็พร้อมจะทลายลงในพริบตา เพียงเราลืมเสียงกระซิบของธรรมชาติ ผมพาคุณมาคลายเหงาที่เชียงใหม่ ไม่รู้ว่าคุณสนุกหรือเปล่า? แค่อยากบอกว่า ต่อให้คุณเหงา ทุกข์ สุข ดีใจ เสียใจ อยากให้คุณเดินทาง ไม่ใช่ เดินทนหรือทนทุกข์ เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่ความเสียใจ ขอบคุณ ๆๆ ที่ร่วมเดินทาง หากคุณว่าง ๆ เขียนมาคลายเหงากับผมบ้างก็ได้. สีสันรายทาง การเดินทาง ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยังพิษณุโลก แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร อีกทางหนึ่งคือจากนครสวรรค์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก และลำปาง ถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร ทางรถโดยสารประจำทาง รถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัทขนส่ง จำกัด โทร. 0-2936-2852-66 และที่เชียงใหม่ โทร. 0-5324-1449, 0-5324-2664 บริษัทที่มีบริการเดินรถ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ได้แก่ ทันจิตต์ทัวร์ โทร. 0-2936-3210, นครชัยแอร์ โทร. 0-2936-3901, 0-2936-3355 นิววิริยะยานยนต์ทัวร์ โทร. 0-2936-2207 เป็นต้น ทางเครื่องบิน สายการบินนกแอร์มีบริการเครื่องบินจากท่าอากาศยานดอนเมืองสู่เชียงใหม่ ทุกวัน วันละ 3 รอบ แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง วัดสวนดอก หรือวัดบุปผาราม วัดเชียงมั่น วัดพระสิงห์วรวิหาร ดอยอ่างขาง ของฝาก เครื่องเงิน เครื่องจักสาน ไม้แกะสลัก ผ้าไทย ไส้อั่ว แหนมซี่โครงหมู -ขอบคุณเดลินิวส์ หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: Layla ที่ สิงหาคม 29, 2010, 09:38:28 PM กำลังจะไปเที่ยวเชียงใหม่อาทิตย์หน้า แล้วก็ไปผจญจัยไอ้เจ้า ไฟล์ อ๊อฟ เดอะกิบบอนเหมือนกัน ไม่รู้จะน่ากลัวขนาดไหน 916
หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: auto ที่ สิงหาคม 30, 2010, 09:06:52 AM กำลังจะไปเที่ยวเชียงใหม่อาทิตย์หน้า แล้วก็ไปผจญจัยไอ้เจ้า ไฟล์ อ๊อฟ เดอะกิบบอนเหมือนกัน ไม่รู้จะน่ากลัวขนาดไหน 916 อย่าลืม ถ่ายรูป มาฝากด้วยนะครับ :16: หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: You and Me ที่ สิงหาคม 30, 2010, 09:38:01 AM 903
หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: Duanjung ที่ สิงหาคม 30, 2010, 10:16:28 AM เที่ยวให้สนุกนะคะ
หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: mindchan ที่ สิงหาคม 30, 2010, 12:43:40 PM สนับสนุนการท่องเที่ยวเชียงใหม่ด้วยคนค่ะ
หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: dark_sky ที่ สิงหาคม 30, 2010, 12:50:03 PM คุณ hunsa ประโยคเด็ดโดนใจเลย มาแนว อารมณ์ เดียกันแบบนี้ชอบๆ ว่าแต่อย่าลืมเอาภาพมาชมบ้างนะคะ :16:รอชมๆ 914
หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: Smart_Addiction ที่ สิงหาคม 30, 2010, 03:07:31 PM กำลังจะไปเที่ยวเชียงใหม่อาทิตย์หน้า แล้วก็ไปผจญจัยไอ้เจ้า ไฟล์ อ๊อฟ เดอะกิบบอนเหมือนกัน ไม่รู้จะน่ากลัวขนาดไหน 916 อย่าลืม ถ่ายรูป มาฝากด้วยนะครับ :16: เจ้าไฟลต์ ออฟ เดอะ กิบบอน เนี่ยน่าจะแปลชื่อเป็นภาษาไทยได้ว่าชะนีบินนะคะ อิอิ :onion2012: หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: staff ที่ กันยายน 01, 2010, 08:38:23 AM 901
หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: konchobteaw ที่ กันยายน 08, 2010, 03:44:47 PM กำลังจะไปเที่ยวเชียงใหม่อาทิตย์หน้า แล้วก็ไปผจญจัยไอ้เจ้า ไฟล์ อ๊อฟ เดอะกิบบอนเหมือนกัน ไม่รู้จะน่ากลัวขนาดไหน 916 อย่าลืม ถ่ายรูป มาฝากด้วยนะครับ :16: เจ้าไฟลต์ ออฟ เดอะ กิบบอน เนี่ยน่าจะแปลชื่อเป็นภาษาไทยได้ว่าชะนีบินนะคะ อิอิ :onion2012: หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: Layla ที่ กันยายน 13, 2010, 11:25:45 PM กลับมาแล้วค่ะ แวะเอารูปมาฝาก อยากให้คนไทยไปเที่ยวกันเยอะๆ ค่ะ ฝรั่งจากทั่งโลกข้ามน้ำข้ามทะลเพื่อมาเที่ยวที่นี่ แต่เราอยู่คนไทยไม่ค่อยเที่ยวกัน วันที่ไปเป็นกลุ่มแรกรอบเช้าสุด ทั้งหมด 8 คน มีเราเป็นคนไทยแค่คนเดียว ที่เหลือฝรั่งจากหลายประเทศมาไทยเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ
หัวข้อ: Re: เที่ยวเชียงใหม่คลายเหงา เริ่มหัวข้อโดย: Focus ที่ กันยายน 14, 2010, 09:54:31 AM เคยไปเล่นที่อุทยานถ้ำผากอง ค่ะ สนุกสุด ๆ (แต่หลายปีมาแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ :onion2012:)
|